Stichting Sajaam

สิทธิและหน้าที่หลังจากแต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์

Photo from Flickr user: RobertLang

Photo from Flickr user: RobertLang

บทความนี้เป็นภาคต่อของครั้งที่แล้ว เมื่อเรารู้กันแล้วว่าจะครองรักกันแบบใด ครั้งนี้มาเข้าใจในสิทธิที่เราได้เลือกไว้กันค่ะ  ขอเกริ่นก่อนเลยว่า เนื้อหาแน่น และเยอะมากๆ ผู้เขียนอยากเขียนให้สั้นๆ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะทุกส่วนสำคัญทั้งนั้นเลย เอาเป็นว่า หายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งใจอ่านและทำความเข้าใจไปด้วยกันนะคะ

 

สิทธิและหน้าที่หลังจากแต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์

ตามกฏหมายของเนเธอร์แลนด์ เมื่อคุณได้แต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์แล้ว สิทธิและหน้าที่ต่างๆก็จะตามมาหลายประการโดยอัตโนมัติ ในขณะที่การสัญญาข้อตกลงในการอยู่ด้วยกัน (samenlevingscontract) จะให้สิทธิและหน้าที่เฉพาะที่ได้ตกลงกันและระบุลงไปในสัญญาเท่านั้น  สมาคมสยามขอแปลและเรียบเรียงสิทธิและหน้าที่ที่สำคัญมาให้อ่านกันพอสังเขบ และพอให้เข้าใจกันง่ายๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

 

การใช้นามสกุลร่วมกัน

คุณสามารถเลือกใช้นามสกุลของคู่สมรสหรือจะเลือกใช้คู่กับนามสกุลเดิมของคุณด้วย หรือเลือกที่จะไม่เปลี่ยนนามสกุลก็ได้เช่นกัน แต่ในทางเอกสารราชการหรือการกรอกเอกสารสำคัญ คุณก็ยังจำเป็นใช้นามสกุลเดิมอยู่ เช่นการกรอกข้อมูลในการเสียภาษี เป็นต้น โดยสรุปแล้ว ในความคิดเห็นของผู้เขียน การเลือกใช้นามสกุลร่วมกัน เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคุล ผู้เขียนไม่สามารถเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียให้เห็นได้อย่างชัดเจนได้ ทั้งก่อนและหลังใช้ แต่หากมีท่านใดมีความคิดเห็นเพิ่มเติม ลองเขียนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนกันได้นะค่ะ

 

การตัดสินใจต่างๆร่วมกัน

เมื่อคุณแต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันอย่างผูกพันในทางนิติกรรมแล้ว ในบางเรื่องที่คุณต้องตัดสินใจ อาจจำเป็นต้องได้รับการยินยอมหรือตัดสินใจร่วมกันจากคู่สมรสของคุณด้วย ตัวอย่างเช่น การขายบ้านหรือการชำระเงินก้อนโตๆเพื่อซื้ออะไรสักอย่าง แต่สำหรับคู่ที่ทำสัญญาอยุ่ร่วมกัน ก็สามารถทำข้อตกลงระบุลงไปในสัญญาได้ว่า มีสิ่งใดบ้างที่คุณจะต้องเซ็นต์ร่วมกัน

 

เมื่อมีบุตร จะมีผลอย่างไรบ้างในทางกฏหมาย?

การมีบุตร ให้ผลทางกฏหมายต่างกันไปในรูปแบบการอยู่ร่วมกันที่ต่างกัน โดยแบ่งเป็น 2 แบบดังนี้ค่ะ

การแต่งงานระหว่างชายและหญิง

บุตรที่เกิดขึ้นระหว่างที่คุณมีสถานะแต่งงานอยู่ คุณและคู่สมรสของคุณจะเป็นพ่อและแม่ของบุตรที่เกิดขึ้นนั้นโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าผู้ชายจะไม่ได้เป็นพ่อโดยสายเลือดก็ตาม ( de biologisch vader)  ผลตามกฏหมาย เช่น บุตรก็จะมีสิทธิรับมรดกจากพ่อแม่ และพ่อแม่ตามกฏหมายนี้ก็มีสิทธิในตัวบุตรด้วยกันทั้งคู่

 

การแต่งงานระหว่างคู่ชาย หรือ คู่หญิง, การจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ ,การทำสัญญาอยู่ด้วยกัน และการอยู่ด้วยกันในรูปแบบอื่นๆ

ผู้เป็นแม่ทางสายเลือดเท่านั้นที่จะเป็นแม่และมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับบุตรที่เกิดขึ้นทางกฏหมายโดยอัตโนมัติ คู่ของผู้เป็นแม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับเด็กได้โดยการจดรับรองบุตรหรือการรับเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งรายละเอียดการรับรองบุตรและการรับเป็นบุตรบุญธรรมจะกล่าวถึงในลำดับถัดไปค่ะ

กฏสำคัญๆที่ควรทราบเมื่อมีบุตรสำหรับรูปแบบการอยู่ด้วยกันโดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน

  • ผู้หญิงที่คลอดบุตรจะเป็นแม่ของเด็กตามกฏหมาย
  • ผู้ชายที่จดรับรองเด็กเป็นบุตรจะเป็นพ่อของเด็กตามกฏหมาย
  • ผู้หญิงไม่สามารถจดรับรองบุตรแต่สามารถขอรับเป็นบุตรบุญธรรมได้
  • แม้ว่าคุณจะเลี้ยงดูและอบรมบุตรของพาร์ทเนอร์ของคุณก็ตาม คุณยังไม่มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวทางกฏหมายกับเด็ก คุณต้องขอจดรับรองบุตรหรือรับเป็นบุตรบุญธรรมเสียก่อน หรือคุณจะขอมีสิทธิร่วมกันในเด็กก็ได้

 

ขอยกตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นในผลทางกฏหมายเมื่อคุณมีบุตรในรูปแบบการอยู่ร่วมกันในแบบต่างๆกันดังนี้ค่ะ

คู่ชาย (แต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์) :  หากคู่สมรสของคุณเป็นพ่อของเด็กอย่างเป็นทางการ คุณจึงจะสามารถขอจดรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือ คุณสามารถขอมีสิทธิในตัวเด็กร่วมกันได้ แต่ไม่สามารถขอจดรับรองเด็กเป็นบุตรได้

 

คู่หญิง (แต่งงานหรือจดทะบียนพาร์ทเนอร์)  :  หากคู่สมรสของคุณเป็นแม่ของเด็ก คุณสามารถขอรับเป็นบุตรบุญธรรม หากเด็กไม่มีผู้ชายจดรับรองบุตรแล้ว คุณสามารถขอมีสิทธิร่วมกันกับคู่สมรสของคุณในตัวเด็ก โดยที่คุณต้องมีคุณสมบัติเพียงพอในการขอมีสิทธิร่วม และคุณไม่สามารถขอจดรับรองเด็กเป็นบุตรได้

 

คู่จดทะเบียนพาร์ทเนอร์ระหว่างคู่ชายหญิง   :  ผู้หญิงจะเป็นแม่ของเด็ก ผู้ชายสามารถจดรับรองบุตรและกลายเป็นพ่อของเด็กตามกฏหมาย และได้รับสิทธิอัตโนมัติในการมีสิทธิในตัวเด็ก โดยที่ผู้ชายต้องมีคุณสมบัติเพียงพอในการมีสิทธิร่วม

 

คู่ที่ทำสัญญาอยู่ด้วยกัน : ผู้หญิงจะเป็นแม่ของเด็ก ผู้ชายสามารถจดรับรองบุตรและกลายเป็นพ่อของเด็ก แต่เค้าจะไม่ได้รับสิทธิอัตโนมัติในการมีสิทธิในตัวเด็ก เค้าร่วมกับแม่ของเด็กสามารถยื่นคำร้องต่อศาลให้มีสิทธิร่วมกัน แต่ถ้าหากแม่ของเด็กไม่ต้องการเช่นนั้น พ่อของเด็กจะต้องขอต่อศาลให้อนุมัติในการมีสิทธิร่วมกันในตัวเด็ก

 

การรับรองบุตรทำได้อย่างไร?

มีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่สามารถจดรับรองบุตรได้ คุณสามารถรับรองบุตรถ้าคุณได้จดทะเบียนพาร์ทเนอร์หรืออาศัยอยู่ร่วมกันกับแม่ของเด็ก ถ้าคุณรับรองเด็กเป็นบุตรแล้ว คุณจะกลายเป็นพ่อของเด็กอย่างเป็นทางการก็ต่อเมื่อคุณได้ไปเซ็นต์รับรองต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของทางการหรือต่อหน้าทนายเสียก่อน

การขอจดรับรองบุตรสามารถทำได้ล่วงหน้าก่อนที่เด็กจะคลอด และเมื่อเด็กเกิดคุณจะต้องนำเอกสารการขอจดรับรองบุตรไปยื่นพร้อมกันตอนแจ้งเกิด คุณจึงจะมีสิทธิในการเป็นพ่อแม่หลังจากเด็กคลอดออกมาได้ทันทีนั่นเอง

คุณสมบัติอย่างไร จึงจะสามารถขอรับรองบุตรได้

  • มีอายุขั้นต่ำ 16 ปี
  • หากมีอายุต่ำกว่า 16 ปี จะต้องมีหนังสือยินยอมจากแม่ด้วย
  • หากเด็กที่คุณจะขอรับรองเป็นบุตรนั้น มีอายุเกิน 12 ปี เด็กจะต้องเซ็นต์หนังยินยอมด้วย
  • หากคุณยังมีทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นอยู่ และต้องการขอรับรองบุตร คุณจะต้องมีความสัมพันธ์กับแม่ของเด็ก เช่น อาศัยอยู่ด้วยกันจริงๆ และจะต้องขออำนาจจากศาลในการขอจดรับรองบุตรเท่านั้น
  • สมาชิกในครอบครัวเดียวกันโดยตรง เช่น พ่อ พี่ชาย ของแม่ของเด็ก ไม่สามารถขอจดรับรองบุตรได้
  • หากคุณเป็นบุคคลที่มีปัญหาทางจิตอยู่ คุณจะต้องขออนุญาตจากศาลแขวงก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถจดรับรองบุตรได้

Kids

คุณจะสามารถขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้เมื่อใด

ในการที่คุณได้เลี้ยงดู ให้ความรักและอบรมสั่งสอนเด็กซึ่งเป็นลูกของพาร์ทเนอร์ของคุณนั้น หากคุณต้องการมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับเด็กอย่างเป็นทางการ คุณสามารถขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ โดยการยื่นเรื่องขอต่อศาลและจำเป็นต้องมีทนายความในการดำเนินการ ซึ่งข้อมูลในรายละเอียดการรับบุตรบุญธรรม จะไม่ขอกล่าวถึง สามารถดูศึกษาข้อมูลได้เพิ่มเติมที่นี่

 

สิทธิตามกฏหมายอะไรบ้างในตัวบุตรของคุณ

เมื่อคุณมีสิทธิในตัวเด็กคนหนึ่ง นั่นคือคุณมีความรับผิดชอบในการดูแลและเลี้ยงดูตามกฏหมาย ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถลงนามเซ็นต์ในตัวบุตรของุณได้   สิทธิตามกฏหมายแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ

  1. สิทธิในความเป็นพ่อแม่  (ouderlijk gezag) สำหรับสิทธิที่มาจากการเป็นพ่อแม่แท้ๆของเด็ก
  2. สิทธิร่วม (gezamenlijk gezag) สำหรับสิทธิจากการเป็นพ่อแม่แท้ๆ ร่วมกับ พ่อแม่ไม่แท้จริงของเด็ก

ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพและเข้าใจยิ่งขึ้น ดังนี้ค่ะ

เมื่อคุณทั้งคู่เป็นพ่อแม่แท้ๆของเด็ก

  • คุณได้แต่งงานจดทะเบียนสมรส เมื่อมีบุตร คุณทั้งคู่จะได้สิทธิในความเป็นพ่อแม่
  • คุณได้จดทะเบียนพาร์ทเนอร์ เมื่อผู้ชายจดรับรองบุตร คุณทั้งคู่จะได้สิทธิในความเป็นพ่อแม่
  • คุณทำสัญญาข้อตกลงอาศัยอยู่ด้วยกัน หรือ คุณอยุ๋ด้วยกันเฉยๆ ไม่มีสํญญา ผู้ชายจะต้องจดรับรองบุตรเสียก่อนและจากนั้น ผู้ชายจะต้องร่วมกันกับแม่ของเด็กยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อที่จะได้รับสิทธิร่วม (gezamenlijk gezag) แต่หากแม่ของเด็กไม่ยินยอมในการยื่นคำร้องร่วม ผู้ชายต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอมีสิทธิร่วมกับแม่ของเด็ก หรือจะขอมีสิทธิแทนแม่ของเด็ก ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทนายดำเนินการ

เมื่อหนึ่งในคู่ของคุณ เป็นพ่อแม่แท้ๆ และอีกคนไม่ใช่

  • คุณทั้งคู่ได้แต่งงานจดทะเบียนสมรส หรือ จดทะเบียนพาร์ทเนอร์ และเด็กไม่มีพ่อหรือแม่คนอื่น คุณจะได้รับสิทธิร่วมโดยอัตโนมัติ
  • คุณทั้งคู่แต่งงานจดทะเบียนสมรส หรือ จดทะเบียนพาร์ทเนอร์ หรือ มีสัญญาข้อตกลงอยุ่ด้วยกัน และเด็กยังมีพ่อหรือแม่อีกคน คุณจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อที่จะได้รับสิทธิร่วมในตัวเด็กและคุณต้องใช้ทนายความดำเนินการ

 

ไม่มีสิทธิแต่มีภาระผูกพันในการเลี้ยงดูเด็ก

ซึ่งเป็นไปได้ที่คุณเป็นพ่อแม่ของเด็กอย่างเป็นทางการแต่คุณไม่มีสิทธิในเด็ก อย่างไรคุณก็มีภาระในการดูเด็ก และก็เป็นไปได้ที่คุณไม่ใช่พ่อแม่ของเด็กอย่างเป็นทางการ อย่างเช่น พ่อหรือแม่เลี้ยงซึ่งคุณได้แต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์กับพ่อแม่ของเด็ก ซึ่งในกรณีแบบนี้แม้คุณจะไม่ใช่พ่อแม่ของเด็กแต่คุณมีภาระในการดูแลเด็กเช่นกัน

 

การใช้นามสกุลของบุตรของคุณ

 

เมื่อคุณแต่งงานจดทะเบียนสมรส

คุณทั้งคู่เป็นพ่อแม่ของเด็ก คุณสามารถเลือกนามสกุลให้บุตรคนแรกของคุณได้ว่าจะใช้นามสกุลพ่อหรือแม่ แต่หากคุณไม่เลือก บุตรคนแรกจะได้ใช้นามสกุลของพ่อ และบุตรคนต่อมาก็จะได้ใช้นามสกุลเดียวกันกับบุตรคนแรก เช่นเดียวกับบุตรบุญธรรมคนแรกของคุณ ก็สามารถเลือกนามสกุลได้เช่นกัน

เมื่อคุณไม่ได้แต่งงาน

หากคุณเป็นพ่อแม่ร่วมกันของเด็กแต่ไม่ได้แต่งงาน คุณสามารถรับรองบุตรคนแรกของคุณให้เลือกใช้นามสกุลใด แต่หากคุณไม่เลือก บุตรจะได้ใช้นามสกุลของแม่ และบุตรคนต่อมาก็จะได้ใช้นามสกุลเดียวกับบุตรคนแรก

เมื่อคุณมีสิทธิร่วมในตัวบุตร

หนึ่งในคุณไม่ไช่พ่อแม่แท้ๆของเด็ก และไม่ว่าคุณจะแต่งงาน จดทะเบียนพารท์เนอร์ คุณสามารถเลือกนามสกุลให้บุตรคนแรกได้ใช้นามสกุลใด แต่หากคุณได้สิทธิร่วมในเด็กในสถานะที่ไม่ได้แต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ คุณจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลเป็นพิเศษในการขอเปลี่นนามสกุลให้กับบุตร เช่นหากต้องการให้ใช้นามสกุลของพ่อที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ เป็นต้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนนามสกุลได้ที่นี่ 

 

คุณเปลี่ยนสถานภาพจากการจดทะเบียนพาร์ทเนอร์มาเป็นทะเบียนสมรสได้หรือไม่

คำตอบคือ สามารถทำได้โดยยื่นเรื่องเจ้าหน้าที่พนักงานของเมืองที่คุณอาศัยอยู่ ว่ามีความประสงค์จะเปลี่ยนทะเบียนพาร์ทเนอร์ให้เป็นทะเบียนสมรส ซึ่งแน่นอนต้องมีค่าธรรมเนียม มากน้อยอย่างไรขึ้นอยู่กับแต่ละเมืองคะ แต่ในทางกลับกัน คุณจะขอเปลี่ยนจากทะเบียนสมรสมาเป็นทะเบียนพาร์ทเนอร์นั้นไม่สามารถทำได้นะคะ

แม้คุณจะปรับเปลี่ยนสถานะมาเป้นทะเบียนสมรสแล้ว ผลต่างๆทางกฏหมายส่วนใหญ่ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงตามไป เช่นหากคุณมีบุตร และมีสิทธิในการดูแลร่วมกัน หรือคุณได้ทำเงื่อนไขระบุเรื่องสมรสไว้ตอนจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

คุณอาจจะไปจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศเอาไว้ แล้วอยากจะเปลี่ยนเป็นทะเบียนสมรสก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ควรให้แน่ใจว่า การจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ที่ทำไว้นั้นได้นำมารับรองและยอมรับตามกฏหมายของเนเธอร์แลนด์แล้วหรือไม่ หากมีข้อสงสัยเรื่องนี้ควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญอย่างเช่นสำนักทนายความหรือกฏหมายเป็นต้น

หากคุณเป็นต่างชาติหรือคุณได้อาศัยอยู่ในต่างประเทศ คุณก็สามารถเปลี่ยนทะเบียนพาร์ทเนอร์ให้เป็นทะเบียนสมรสได้ โดยที่คุณจะต้องมีคุณสมบัติเพียงพอตามเงื่อนไขของการจดทะเบียนสมรสที่ได้กล่าวไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้

 

การอยู่ด้วยกันในรูปแบบต่างๆของเนเธอร์แลนด์ ได้รับการยอมรับในต่างประเทศหรือไม่

การแต่งงานระหว่างชายและหญิง ได้รับความยอมรับโดยทั่วไป ทั่วโลกอยู่แล้ว แต่การแต่งงานของเพศเดียวกัน (คู่ชายหรือคู่หญิง) และการจดทะเบียนพาร์ทเนอร์ นั้นอาจไม่ได้รับการยอมรับในทางกฏหมายในทุกๆประเทศ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ อาจมีอุปสรรคบ้างที่คุณอาจจะได้รับผลกระทบทางกฏหมายเกิดขึ้น เช่นเมื่อคุณทั้งคู่ได้ย้ายถิ่นฐานไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ และคู่สมรสของคุณเสียชีวิตในต่างประเทศ หากทะเบียนพาร์ทเนอร์หรือทะเบียนสมรสของคุณไม่ได้รับการยอมรับทางกฏหมายของประเทศนั้นๆ คุณอาจจะไม่สามารถเป็นทายาทในการรับมรดกได้ ดังนั้นอาจต้องมีการทำพินัยกรรม ซึ่งกงสุลใหญ่หรือสถานทูตเนเธอร์แลนด์ในต่างประเทศจะสามารถชี้แจงให้คุณทราบถึงขั้นตอนและสิทธิได้

ข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดข้างต้น เป็นเพียงแค่ข้อมูลเบื้องต้นที่จะทำให้คุณได้พอเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของคุณพอสังเขบเมื่อได้จดทะเบียนตามกฏหมายของเนเธอร์แลนด์ หากต้องการข้อมูลโดยละเอียดมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายจะได้ข้อมูลเฉพาะเจาะจงขึ้นคะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนชาวไทยในเนเธอร์แลนด์ได้สามารถปรับตัวและพึ่งพาตนเองได้ในต่างแดนเช่นนี้  ทางสมาคมสยามจะเรียบเรียงและแปลกฏและข้อกำหนดต่างๆให้ได้อ่านกันอีกเรื่อยๆ ติดตามกันนะคะ

หากต้องการนำบทความนี้ไปพิมพ์เพื่อแจกจ่ายให้กับเพื่อนๆได้อ่าน สามารถกดดาวโหลดได้ที่นี่ค่ะ 131204_สิทธิและหน้าที่หลังจากแต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์

4 thoughts on “สิทธิและหน้าที่หลังจากแต่งงานหรือจดทะเบียนพาร์ทเนอร์

  1. Cherry

    สวัสดีค่ะ
    ชื่อเชอร์รี่นะคะ มีแฟนเป็นคนเนเธอร์แลนด์ค่ะ แต่มาทำงานที่สวีเดนได้ 8 ปี ต้องการจดทะเบียนสมรส แต่ไม่ต้องการทรัพย์สินของฝ่ายชายหากเกิดการหย่าร้าง ควรจะจดแบบไหนคะ

    ขอบคุณค่ะ

    1. Stichting Sajaam

      หากอยากจดทะเบียน ไม่ว่าแบบจดทะเบียนสมรส หรือ จดพาร์ทเนอร์ ก็ ให้จดแบบมีเงื่อนไข คิดว่าทางฝ่ายชายน่าจะทราบดีนะค่ะ ว่าต้องทำสัญญาที่ทำจากสำนักกฏหมาย ระบุเงื่อนไขตามที่คุณทั้งสองต้องการ
      คุณไม่ต้องการทรัพย์สินเค้า หรือ เค้าไม่ต้องการของคุณได้ทั้งนั้น อยุ๋ที่ระบุให้ทนายร่างออกมาคะ

  2. Suwanna

    รบกวนสอบถามค่ะ ถ้าจดทะเบียนสมรสแบบมีเงื่อนไขที่ทำสัญญาจากสำนักกฎหมายว่า กรณีอย่าร้างบ้านจะตกเป็นของฝ่ายชายแต่ผู้เดียว แต่ถ้าเกิดกรณีฝ่ายชายเสียชีวิตโดยที่ไม่ได้อย่าร้างกันบ้านจะตกเป็นของฝ่ายหญิงโดยอัตโนมัติ หรือต้องระบุเพิ่มในสัญญาจากสำนักกฎหมายด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    1. Stichting Sajaam

      ขอโทศที่เข้ามาตอบช้านะคะ
      เงื่อนไขต่างๆ ขอเพิ่ม ขอลดได้ตลอดค่ะ แต่ถ้าถ้านึกได้มากที่สุด ก็ทำทีเดียวเลย ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกับสำนักกฏหมายคะ

Leave a Reply